ฝากใ้ห้คำแนะนำหน่อยนะคับ
posted on 07 Jan 2009 12:27 by marlborookhttp://paipoto.multiply.com
เมื่อวานนนี้เป็นวันที่ผมดีใจมากครับเนื่องจากอาจารย์สุขุมาลจำชื่อเล่นผมได้ด้วย
ความรู้สึกดีใจเล็กๆครับ อิอิ
http://paipoto.multiply.com
เมื่อวานนนี้เป็นวันที่ผมดีใจมากครับเนื่องจากอาจารย์สุขุมาลจำชื่อเล่นผมได้ด้วย
ความรู้สึกดีใจเล็กๆครับ อิอิ
ปีใหม่แล้วแทนที่จะได้หยุดพัก กลับต้องมานั่งทำงานกันข้ามปี เทียวก็ไม่ได้เทียว กลับบ้านก็ไม่ได้กลับทั้งที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก เฮ้ออ เบื่อจิงๆๆ พักสักอาทิตย์นึงก็ไม่ได้เพราะงานจะเสร็จไม่ทันเอา ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนี้ด้วย ผมก็รู้นะว่าการเีรียนนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดแต่ัมันต้องการพักผ่อนบ้าง จะได้สามารถคิดอะไรดีๆให้กับงานที่มีคุณภาพมากกว่าที่จะต้องนั่งเครียดไปกับงาน งาน แ้ล้วก็งานเอาเหอะ ยังไงก็ต้องทำ เราก็ทำกันต่อไป 555555
...เรื่องบะหมี่หนึ่งชามสามารถอ่านได้จาก
http://board.dserver.org/e/eleven/00000470.html
เป็นเรื่องสั้นทีน่าประทับใจมากครับอยากให้ทุกๆคนลองอ่านดู
เรื่องนี้สอนให้เราู้รู้ว่า
อย่าพยายามมองข้ามตัวเอง
ตัวเราเองสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ได้
บางทีมันอาจจะเป็นแค่เพียงความใส่ใจความห่วงใยอันจริงใจของคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ก็สามารถนำพาเอาแสงสว่างอันเจิดจรัสอย่างไม่มีขีดจำกัดมาสู่โลกได้
ด้วยเหตุนี้ความหวังความใฝ่ฝันที่แรงกล้าของพวกเรา
… เพื่อนพ้องทั้งหลาย …
อย่ามัวเห็นแก่ตัวกันหรือเสียดายมันอยู่เลย
หวังว่านับแต่บัดนี้เป็นต้นไป พวกเราจะสามารถมอบหัวใจแห่งความรักและความเมตตา
ที่เราอัดเก็บไว้ในใจมา เป็นเวลานานแสนนานนั้น
มอบให้กับคนอื่นด้วยความเต็มใจ จุดประกายแห่งความสว่างแก่โลก ….
ถึงแม้จะเป็นแสงเพียงริบหรี่เท่านั้น
แต่สำหรับคืนอันหนาวเหน็บอันเย็นยะเยือกของฤดูหนาว
มันเป็นประกายแห่งความอบอุ่น และแสงสว่างอันสุกสกาวจริง ๆ
เรื่องนี้ตอนที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกประทับใจมานับไม่ถ้วนแล้ว
ดังนั้นจึงมีคนพูดกันว่า "ใครที่อ่านนิทานเรื่องแล้ว ไม่มีใครเลยที่จะไม่หลั่งน้ำตาให้"
ถึงแม้คำพูดนี้ออกจะเกินจริงไปบ้าง แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ได้อ่านนิทานเรื่องนี้แล้ว
รู้สึกประทับใจจริง ๆ จนน้ำตาร่วง และน้ำตาที่ร่วงรินเหล่านั้น
มันไม่ใช่น้ำตาจากความรันทดใจ
แต่เป็นน้ำตาที่หลั่งให้แก่ความประทับใจต่อความห่วงใยอย่างจริงใจ
และน้ำใจไมตรีอันกว้างขวางที่มอบให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
credit:http://board.dserver.org/e/eleven/00000470.html
edit @ 5 Dec 2008 09:39:22 by Pai
วันนี้ก็ยังคงเหมอืนเมือวานที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ตื่นเช้ามา ประมาณหกโมงมั้งครับ ต้องเิดินออกไปส่งพี่หน้าปากซอยเพราะว่าตอนนั้นยังมืดอยู่เลยอะ วันนี้เป็นวันที่หนาวมากๆๆ อากาศดีเลยหละ ชอบอากาศอย่างงี้ครับ พอตอนสายๆ ก็ต้องเ็ช็ดรถกับถูพื่นอีก จิงๆหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของพี่อ่ะ แต่วันนี้พี่ผมไม่อยู่เลยซวยไป อ่ะ เสร็จแล้วก็นั่งๆนอนๆ จนเวลาประมาณสี่โมงเย็น ก็ได้เดินทางไปชมพระเมรุที่สนามหลวงอีกครั้ง วันนี้อากาศดีมากๆ ไม่ร้อนเลยครับ คนไปเยอะมากๆ ได้ถ่ายรูปมานิดหน่อยครับ ท้องฟ้าวันนี้สวยมากอ่ะ ฟ้าสีน้ำเิงินเ้ข้มเลยหละ เพิ่งเคยถ่ายได้อย่างนี้ แล้ววันหลังจะอัพรูปให้ดูนะครับ วันนี้อัพไม่ได้อ่ะ ไม่รู้มันเป็นอะไร อิอิ ไปกอ่นนะ บะบายคับ ฝันดีดดดดีดีดีดีน้าาาาาา
วันนี้ทั้งวันเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันทั้งที่ตั้งใจไว้แล้ว เพราะความขี้เกียจแหละ งานช่วงนี้เยอะมากมาย หลายวิชา ยังมี project อีก เห้อ เบื่อจิงๆ หากย้อนเวลาจะตั้งใจเรียนตั้งแ่ต่แรกเลยหละ จะได้ไม่ต้องมานั่งเครียด เวลามีงาน หรือการบ้านอะไรจะได้ทำได้ (จะปรับปรุง หลายครั้งแระ แต่ก็ไม่ได้สักที 5555) วันนี้สิ่งที่ทำก็เห็นจะเป็นการนอนที่เยอะมากอ่ะ หลับๆตื่นๆ นอนไม่ค่อยจะหลับ เพราะมีอะไรให้คิดมากมาย ตื่นก็ไม่อยากตื่น ไม่อยากตื่นมาทำอะไร (เป็นไรไม่รู้่)
เมือวานได้ไปขอข้อมูลการจัดการร้านสหกรณ์ของมหาลัยเกษตรมาอ่ะ เพื่อจะไปทำ project SA เค้าให้ข้อมูลมากมาย ผู้จัดการใจดีมากครับ พี่ๆที่ทำงานก็พูดจาดีมากมากๆ ประทับใจอ่ะ ถ้าจบไปผมได้ทำงานกับคนที่นิสัยอย่างงี้ก็คงจะดีเลยหละ ตอนท้ายก่อนกลับ พวกๆเพือนก็ได้ขอเบอร์สำนักงานสหกรณ์เอาไว้ พี่เค้าก็ตลกดีอ่ะ ให้เบอร์ตัวเองมา ขำๆ ฮ่าๆ กันใหญ่เลย สงสัยเค้าสนใจพวกเพือนผมแน่เลย ก๊ากกกกกๆๆๆ เมือวานค่อนข้างมีความสุขครับเมื่อได้ไปทำงาน หาข้อมูลอย่างงั้น เจอคนที่อัธยาศัยดีอย่างงี ชื่นชมครับ
วันนี้ขอไปนอนกอ่นนะครับ... ฝันดีน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ปล. ฝันไป...
edit @ 30 Nov 2008 00:20:12 by Pai
เหนื่อยมากมาย...
ขอรวบยอดเลยนะคับ ไม่ได้เขียน blog มาหลายวันเหตุผลเดียวก็คือ งานเยอะมากครับ กลับมาถึงบ้านก็หมดเวลาแล้ว ...ชีวิตเด็กปีสามนี่ช่างหนักเลยหละ แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ มีหลายวิชาที่เรียนไม่เข้าใจ บางวิชาที่เข้าใจก็ทำการบ้านไม่ไ้ด้ ทำแลปไม่ได้ เป็นงั้นไป 555 เหนือ่ยแต่ไ่ม่ท้อครับ ... วันนี้ผมได้ไปทำเรืองผ่อนผันวิชาทหารมา เจ้าหน้าที่ที่รับทำเรืองนี้ท่าทางน่าจะเป็นทหารเก่า ท่าทางการพูดดูตลก แต่หนักแน่น (ยังไงไม่รู้ ฮาดีครับ )เค้าแนะนำ กฎเกณฑ์ต่างๆ มีคนไปขอผ่อนผันมากมายในวันนี้ ไปก่อนนะครับ หาเนื้อหาัสัมนาต่อแระ .. ยังไม่เริ่มเลย
ปล. สัมนาทำไมหน่วยกิต น้อยจัง ... ? !!; (บ่นบ่น)
วันนี้ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง..
ผมได้ดูสารคดีเรื่องพระเจ้าแผ่นดินแล้วมีความรู้สึกซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มากยิ่งขึ้น รายการนี้เป็นสารคดีที่กล่าวถึงพระราชกรณียกิจของในหลวง รายละเอียดนั้นมีอยู่คราวๆ ดังนี้ครับ เมื่อก่อนนั้น ชาวผู้เขาหรือชาวม้งบริเวณสามเหลียมทองคำมีอาชีพส่วนใหญ่แล้วจะทำเกษตรกรรมโดยการปลูกฝิ่นขาย เนืองจากมีผู้ค้ายาเสพติดเป็นผู้ว่าจ้าง ในหลวงเมื่อทรงเห็นปัญหาก็ทรงมีพระราชดำริในการแก้ปัญหานี้ โดยการหาพืชผลทางการเกษตรที่ให้รายได้มากกว่าและสามารถปลูกได้ในพื้นที่เมืองหนาว เช่น สเตอร์เบอร์รี่ ผักเมืองหนาว เป็นต้น การปลูกฝิ่นจึงลดลงปัญหายาเสพติดก็ลดลงไปด้วย พระราชกรณียกิจที่ทางรายการได้กล่าวถึงก็คือการปรับปรุงดินเปรี้ยวที่จังหวัีดนราธิวาส ซึ่งเป็นดินเปรี้ยวมาก ไม่สามารถทำการเกษตรได้เลย แม้แต่หญ้ายังปลูกไม่ขึ้น ในหลวงได้จัดตั้งโครงการแกล้งดิน เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยหลักการแล้วคือ การทำให้ดินเปรี้ยวมากๆ และใ้ห้ระบายน้ำออกเพื่อเป็นการชำล้างดินเปรี้ยวออกไปหมุนเวียนกันอย่างงี้ จนโครงการนี้ประสบความสำเร็จ สามารถปลูกข้าวและพืชผลทางการเกษตรได้ ทางรายการได้กล่าวว่า การที่ในหลวงเมือ่ไปตามพื่้นที่ชนบทต่างๆ ก็จะปล่อยปลา เนืองจากในหลวงมีกุศโลบาย ที่ว่าในน้ำมีปลา ... ในในมีข้าว
ก็อยากให้ทุกคนรักในหลวง ทำความดีเพื่อในหลวง มีความสามัคคีกัน อย่าเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว มองโลกให้กว้างขึ้น มองคนรอบข้าง เข้าใจกันและกันให้มากยิ่งขึ้น เพราะสังคมเดียวนี้มีแต่การแข่งขันกัน ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย คนเราควรที่จะทำความดีเพราะในที่สุดแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นของเรา
ความดีในวันนี้ก็น่าจะเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงที่ทรงทำให้ประชาชนคนไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข พัฒนาพื้นที่ชนบทให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นครับ
ปล. หากผมใช้คำที่ผิดพลาดไปก็ขอโทษด้วยนะครับ ^_______^"
เช้าวันนี้มีเรียนสัมนา เก้าโมง ผมไปสายประมาณสิบห้านาทีโดยประมาณคับ แต่เค้าก็ยังไม่ได้เริ่มพูดอะไรมากมาย มีการบรรยายเรือง java Framework บรรยากาศของการบรรยายค่อนข้างจะเป็นกันเองมากคับ ฟังแล้วไม่น่าเบื่อคับ น่าสนใจขึ้นเลยหละ พี่ที่มาบรรยายนั้น เค้าอายุไม่มากเท่าไหร่แต่เป็นเจ้าของบริษัทที่รับ ทำเกียวกับ php และ java ซึ่งดูท่าทางเค้าจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้เร็วทีเดียวคับ (น่าเอาเป็นแบบอย่างมากคับ) แต่ตอนสุดท้ายพี่เค้าบอกว่า บริษัทที่เป็นของต่างประเทศรวมทั้งบริษัทเค้า จะไม่รับเด็กจบใหม่ เราคาดว่าเด็กรุ่นหลังที่เรียนจบมาเกียวกับ programing จะตกงานมากขึ้น สาเหตุที่เป็นอย่างงั้นก็เพราะว่าเด็กจบใหม่ส่วนใหญ่นั้น เมื่อบริษัทนั้นๆรับเข้าทำงานแล้ว ทางบริษัทต้องเสียค่าฝึกฝน ซึ่งเป็นเิงินส่วนที่ต้องลงทุน แต่เด็กที่เค้าฝึกให้นั้น เมื่อเห็นบริษัทอื่นที่ใ้ห้เิงินเดือนมากกว่า ก็ลาออกไปทำกับบริษัทนั้น ทำให้เกิดการมองนักศึกษาที่จยใหม่ในทางลบ โดยกำหนดเกณฑ์จะต้องมีประสบการในการทำงาน ตอนนี้ผมและเืพือ่นๆกำลังหาที่ฝึกงานอยู่คับ เพื่อเป็นการฝึกฝนตนเองในทางที่ชอบ ที่ถนัด และพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น ในวันนี้ได้อะไรหลายอย่างมากจากวิชาสัมนา....ตอนเย็นผมไปพันทิพย์งามฯ เืพื่อเอากล้องถ่ายรูปของแม่ไปซ่อมคับแต่ไม่รุ้เค้าจะซ่อมได้รึป่าว เพราะมันหนักอยู่ แต่เค้าบอกว่าซ่อมได้ก็ดีใจนะ เพราะผมเคยเอาไปถามที่ศูนย์ตั้งราคาค่าซ่อมไว้แพงมาก ราคาต่างกัน 1/4 จากราคาศูนย์ตอนเดินกลับจากพันทิพย์ เดินมาถึงบริเวณร้านก๋วยเตี๊ยวผมได้ซื้อพวงมาลัยดอกมะลิกลับบ้าน 1 พวงที่คนแก่ขาย ถือว่าเป็นความดีแล้วกันนะคับ อิอิ เป็นการอุดหนุนคนที่น่าจะลำบากกว่าเราครับ ...ปล.บทความต่อๆไปผมจะเขียนให้ถูกตามหลักภาษาไทยนะครับ.... (เพราะเราเป็นคนไทย ควรรักษาไว้ซึ่งภาษาไทย)
edit @ 21 Nov 2008 01:37:04 by Pai
ขอฝากกลอนที่น่าประทับใจในวัยเด็ก หลายๆคนคงจำกลอนนี้ได้เป็นอย่างดีเลยหละ แต่ก็มีบางคนที่อาจจะเลือนหายไปกับความทรงจำในวัยเด็ก ชีวิตที่แสนสนุกสนานในวัยเด็กนั้นช่างเบิกบานเหลือเกิน ได้เทียวเล่นกับเพือนๆแถวบ้าน สำหรับผมนั้นหากถึงวันเสาร์ อาทิตย์เมือ่ไหร่จะรีบตื่นแต่เช้า โดยที่พ่อกับแม่ไม่ต้องปลุกเลยหละ ต่างกับวันที่ต้องไปโรงเรียน ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น อิอิ พวกเราจะไปปั่นจักรยานกัน (ชีวิตเด็กบ้านนอกอ่ะคับ 555) อากาศตอนเช้าช่างสดใสเหลือเกิน มีหมอกบางๆ ออกไปเทียวเล่นกันประมาณหกโมงเลยหละ (ขยันมั้ย หละ) เมื่อนึกถึงความทรงจำตอนนั้นเป็นสิ่งที่ยังอยู่ในใจผมมาตลอด มันเป็นสีสันในชีวิตตอนนั้นเลยแหละ เมือ่โตขึ้น เราต่างก็ต้องห่างกัน ความทรงจำก็เริ่มจางหายไป ความใกล้ชิดก็เริ่มเบาบาง เราต่างก็ต้องไปเรียนตามโรงเรียนต่างจังหวัดที่พ่อแม่ได้เลือกไว้ ที่พ่อกับแม่คิดว่าดีที่สุดสำหรับเรามั้งคับ แต่ก็ดีจิงจิงนะ 5555 เมือ่โตขึ้นพบปะผู้คนมากมาย หลากหลายรูปแบบ รู้ทันคนมากขึ้น ตรงจุดนี้เองทำให้ผมเข้าใจว่าทำไม พ่อแม่ถึงต้องส่งเรามาเรียนที่อื่น นั้นก็เพราะ ทำให้เราได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ไปเป็นลำดับขั้นไป ต้องขอบพระคุณพ่อกับแม่มากๆคับ วันนี้ผมได้คุยกับแม่(ทางโทรศัพท์) แม่บอกว่า ไม่ต้องเก่งซะทุกอย่าง ขอเพียงทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว เมื่อผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นเลยคับ เพราะผมเรียนไม่คอ่ยจะรุ้เรืองสักเท่าไหร่ 5555 ความดีที่เกิดขึ้นในวันนี้ การที่ผมเป็นคนดีในสังคมไง คิดไปเองรึป่าวไม่รู้ ก๊ากกกกกๆๆ อ่ะ เรามาอ่านกลอนที่เตือนใจเรายามเด็กกันดีกว่า ....
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษาเด็กน้อย
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย....
| |
|
edit @ 19 Nov 2008 22:01:01 by Pai